วิธีเพิ่มคนเข้าเว็บ ให้เติบโต 10X เพื่อช่วยเพิ่มยอดให้ธุรกิจ

เสียเงินทำเว็บไซต์หลักแสนแล้วไม่มีคนเข้าเว็บไซต์ หรือ ตั้งใจทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองหลายเดือนแต่กลับมีคนเข้าแค่หลักสิบ ยอดขายก็ไม่ดีขึ้น Data ที่ต้องการเก็บเพื่อเอาไป Retargeting & Remarketing ก็ไม่ได้ เป้าหมายที่ตั้งเป้าอยากให้เว็บไซต์เติบโตเริ่มดูห่างไกลเพราะจำนวนคนเข้าเว็บไม่กระเตื้อง ถ้าใครเจอปัญหานี้แล้วต้องการหา วิธีเพิ่มคนเข้าเว็บ บทความนี้เรารวบรวมแนวทางที่ทำได้แบบไม่เสียเงินและเสิยเงินเพื่อให้เป้าหมายในการเพิ่มจำนวนคนเป็นไปตามแพลนที่วางเอาไว้

ทำไมถึงต้องหาวิธีเพิ่มคนเข้าเว็บ

การหาคนเข้าเว็บไซต์นอกจากจะช่วยเรื่องทำให้ยอดขายพุ่งและธุรกิจเติบโตแล้ว ถ้ามองในมุมเทคนิคอันดับ Keywords ที่มีคนค้นหาจาก Google ก็จะมีแนวโน้มติดอันดับในหน้าแรกมากขึ้น เพราะทาง Google จะมองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมีคนให้ความสนใจเยอะ และในอีกแน่นึงก็สามารถเก็บข้อมูล Analytic ต่าง ๆ เพื่อนำไปทำการ Custom Audience เพื่อหากลุ่มลูกค้าแล้วยิงโฆษณาแบบ Retargeting ได้อีกด้วย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าระยะเวลาในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บนั้นจะมีการทำแบบหวังให้เกิดผลในระยะสั้น (เห็นผลภายใน 1 เดือน) และระยะยาว (เห็นผลภายใน 4-6 เดือน) ซึ่งทั้ง 2 แบบก็จะแตกต่างกันที่วิธีการรวมถึงเรื่องการใช้เงินเพื่อให้ได้ผลลัพธ์

วิธีเพิ่มคนเข้าเว็บ

วิธี เพิ่มคนเข้าเว็บฟรี มีดังนี้

1. การทำ Evergreen Content

Evergreen Content คือ Content ประเภทหนึ่งที่จะมีประโยชน์อยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี โดยตัว Content มักจะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานที่ไม่ยึดติดกับเทรนด์มากนัก Evergreen Content เป็น Content ที่คนจะเข้ามาอ่านกันเป็นประจำและมักจะเป็น Keywords ที่มี Volume ในการค้นหาติด Top ของ Google เลยทำให้การทำ Evergreen Content เป็นอีกวิธีในการเพิ่มคนเข้าเว็บได้แบบไม่เสียเงิน

อย่างเช่นบทความนี้ก็เป็น Evergreen Content ที่ Focus Keywords เกี่ยวกับเรื่องวิธีหาคนเข้าเว็บไซต์โดยตัวเนื้อหาจะไม่ยึดติดกับเทรนด์แต่จะเน้นไปที่หลักการพื้นฐานเท่านั้น

ตัวอย่าง Evergreen Content ที่ทีมเราทำแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากคือ Content ให้ความรู้ หรือ แจกเครื่องมือที่ช่วยทำการงานออกนั้นง่ายขึ้นที่เว็บไซต์ Grappik

สถิติย้อนหลัง 1 ปีของ Evergreen Content บนเว็บไซต์ www.grappik.com

2. การทำ SEO

SEO หรือเรียกกันเต็ม ๆ ว่า Search Engine Optimization ก็คือการทำหน้าเว็บไซต์ให้ติดผลการค้นหาของ Google แต่การทำหน้าเว็บไซต์ให้ติดผลการค้นหา ยิ่งในหน้าแรก ๆ ของ Google จะต้องปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีตรงกับข้อกำหนดและเงื่อนไขกับการทำงานของ Search Engine ของ Google เสียก่อน

หลักการทำงานและการปรับแต่งให้ Search Engine ให้อันดับเว็บไซต์เราดี ๆ ผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องปรับแต่งเนื้อหาการแสดงผลให้ตัว Search Engine เข้าใจให้ได้ว่าเว็บของเรานั้นเกี่ยวข้องกับอะไรเรื่องอะไรและให้ข้อมูลที่เป็นเป็นประโยชน์กับผู้คนในประเด็นไหนบ้าง

การทำ SEO จะต้องใช้เวลาในการทำอย่างต่ำ ๆ สำหรับเว็บไซต์ที่สร้างใหม่ประมาณ 3-6 เดือน โดยการไต่อันดับจะต้องดูปัจจัยหลายอย่าง เช่น การแข่งขันของ Keywords, ประสิทธิ์ภาพของตัวเว็บไซต์ เป็นต้น

3. การเผยแพร่ Content ตาม Social Media

การโพสต์ Content ต่าง ๆ ลง Social Media ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ ภาพ วีดีโอ ล้วนแล้วแต่ทำได้ฟรี การนำเว็บไซต์ทีเราทำไปโพสต์เพื่อเรียกคนเข้าก็ทำได้เหมือนกัน แต่การไปโพสต์แค่แปะหน้าเว็บไซต์เฉย ๆ ก็คงไม่มีคนเข้า กลับกันถ้าเรานำเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และอยู่บนเว็บไซต์ที่ทำไปโพสต์ คนก็อาจจะสนใจและเข้ามาอ่านทำให้ยอดคนเข้าเว็บเติบโตอีกทั้งยังได้ความน่าเชื่อถือในสิ่งที่เว็บไซต์กำลังสื่อหรือเสนอขายอีกด้วย

กลยุทธ์การโพสต์ตาม Social Media เช่น Facebook หรือ Instagram ก็มีวิธีการในโพสต์เพื่อเรียกคนแตกต่างกันออกไป โดยตรงนี้จะอยู่ที่ Algorithm ในแต่ละช่วงและการอัพเดตของแต่ละ Social Media อย่างในช่วงนี้ (มกราคม 2022) ทาง Facebook อยากจะให้ Facebook Group เริ่มเข้ามามี Engage กับผู้ใช้ เราก็จะใช้ตรงนี้เป็นวิธีการเพิ่มคนเข้าเว็บ เช่น เราทำบทความเกี่ยวกับการดูแลรองเท้า เราก็จะไปเข้าร่วมกลุ่ม คนสะสมรองเท้า หรือ คนเล่นรองเท้ามือใหม่ แล้วนำเนื้อหาบนเว็บไซต์ไปแปะในเชิงให้ความรู้

ตัวอย่างลูกค้าของเราที่เขียน Content ลงบนเว็บไซต์ก่อนจะนำมาแชร์ลง Social Media เพื่อเรียกคนให้เข้ามาอ่านเนื้อหาด้านใน

Content จากเว็บไซต์ https://caseforsea.org/

อีก 1 ตัวอย่างจาก Grappik ที่ยอด Engagement ของเพจเริ่มลดลงเราจะนำ Content ไปแชร์ตามกลุ่มต่าง ๆ

Content จากเว็บไซต์ www.grappik.com

4. เขียน Content ตาม Google Trend

อะไรที่กำลังเป็นกระแสหรือมีคนพูดถึงและค้นหากันมากบนโลกออนไลน์ Google Trend จะบอกเราทั้งหมด Google Trends คือ บริการของ Google ที่จะมาบอกเราว่า Keywords ที่ผู้คนกำลังสนใจบนโลกออนไลน์มีอะไรบ้างในตอนนี้ โดยเราจะสามารถค้นหาไปได้ในระดับประเทศและจังหวัดที่เรากำลังอาศัยอยู่ว่าตอนนี้คนค้นหาอะไรหรือสนใจกันอยู่

Google Trend จะช่วยเพิ่มคนเข้าเว็บอย่างไรได้บ้าง? ถ้าเรามองจากประสบการณ์ต่าง ๆ จะสังเกตว่าถ้ามีเรื่องอะไรที่คนกำลังสนใจอยู่แล้วเป็นกระแส การทำ Real-time content เกาะกระแสนั้นไปจะช่วยให้คนสนใจเข้ามาอ่านกัน Content บนเว็บไซต์มากขึ้นกว่าเดิม แต่แค่การเขียน Content ให้เกาะกระแสอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องนำไปเผยแพร่ตาม Social Media ตามวิธีการในข้อที่ 3 เพื่อให้สิ่งที่เราทำได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

5. การฝัง Content หรือ Suggest Content ที่น่าสนใจบนเนื้อหาที่ผู้ใช้กำลังอ่าน

การเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์กับการทำให้ผู้ใช้อยากกลับมาอ่านหรือเปิดไปอ่าน Content อื่น ๆ บนหน้าเว็บมันคือเรื่องเดียวกัน Content ที่น่าสนใจถ้าเราสังเกตดี ๆ มันจะพาเราไปให้รู้จักกับ Content ตัวอื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน หรือเมื่ออ่านจบมักจะมีการ Suggest Content มาให้อยากอ่านต่อ ซึ่งวิธีนี้ก็คือการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บในทางอ้อม

คนที่เข้ามาอ่าน Content อาจจะยังไม่ได้ว่างอ่านเรื่องราวอื่น ๆ ต่อแต่ถ้าได้เห็นว่าตัวเว็บไซต์มีเนื้อหาที่น่าสนใจหลากหลายเรื่องในอนาคตเค้าก็จะอยากกดเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราอีกแน่นอน

ตัวอย่างเว็บไซต์ Grappik ที่เราทำการเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง ฟอนต์ไทยฟรีใช้ทำเว็บ เราก็มีการแนะนำบทความ ฟอนต์ไทยฟรีที่นักออกแบบใช้ ควบคู่ไปด้วย

6. การทำ Newsletter และ Push Notification

Newsletter และ Push Notifications คือการที่เว็บไซต์ส่งแจ้งเตือนข่าวสารไปยังผู้ใช้งานที่สนใจรับ Content จากเรา โดยความแตกต่างกันคือ Newsletter จะมากรอก Email ให้เราเก็บเป็น Lead ส่วน Push Notifications จะเป็นการกด Allow บนหน้าเว็บไซต์เพื่อรับการแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อเว็บมีการลง Content ใหม่

แน่นอนว่าการทำ Newsletter และ Push Notifications มีข้อดีและข้อเสีย การส่ง Content ไปยังผู้ที่สนใจถ้า Content นั้นไม่ดี ไม่ตรงกับความต้องการผู้ที่ได้รับก็อาจจะเกิดความรำคาญและกดไม่รับข้อมูลอีก หรือการส่งบ่อยจนเกินไปก็อาจจะเป็น 1 สาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้กดไม่รับข้อมูลอีกเหมือนกัน

วิธี เพิ่มคนเข้าเว็บแบบเสียเงิน มีดังนี้

7. Google Ads

Google Ads หรือ ที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า SEM (Search Engine Marketing) เข้าใจแบบง่าย ๆ คือการซื้อโฆษณาเพื่อให้เว็บติดอันดับบนหน้าการค้นหาของ Google ตัวอย่างภาพด้านล่างสังเกตว่าจะมีคำว่า โฆษณา อยู่ด้านหน้า URL ของแต่ละเว็บไซต์ที่มีการซื้อโฆษณา

การทำ SEM เป็นวิธีเรียกคนเข้าเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ ใช้ระยะเวลาในการทำที่สั้นและวัดผลได้แต่ที่แน่นอนคือเราต้องมีการจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา โดยวิธีการคิดค่าโฆษณาทาง Google จะคิดเป็นค่า Click จากการค้นหาเจอโฆษณาของเรา ราคาของแต่ละ Keywords ก็จะไม่เท่ากัน Keywords ไหนมีคนสนใจเยอะ Click เยอะราคาก็จะสูงก็จะต้องไป Bidding กับคู่แข่ง หรือ ถ้าต้องการรู้ราคาเบื้องต้นก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ Google Keyword Planner

8. Social Media Ads

ทุกวันนี้เราเปิดเข้า Social Media มากกว่าเว็บไซต์ การทำโฆษณาบน Social Media เป็นอีกวิธีที่จะช่วยนำคนเข้ามาที่เว็บไซต์ได้ ที่นิยมกันมากคือ Facebook Ads ที่จะลงโฆษณาแบบ Drive คนเข้าเว็บไซต์ หรือ Website Traffic แค่ไม่ใช้การซื้อโฆษณาแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป สุดท้ายถ้าตัว Content ไม่ตอบโจทย์หรือให้ความรู้ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เงินที่ลงไปก็อาจจะสูญเปล่า

วิธีการทั้งหมดที่แนะนำ ล้วนแต่เป็นวิธีที่ทีม Grappik Digital ได้เข้าไปปรับใช้กับเว็บไซต์ของลูกค้าและได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องกฎหมาย ของกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นการทำ SEO เรียกคนเข้าเว็บไซต์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานหลังจากการทำ SEO
OJA Website Design

หรืออีก 1 โปรเจคคือ เว็บไซต์คลินิกเสริมความงาม waleeratclinic.com ที่เราได้เข้าไปทำเว็บไซต์ให้มี Page Speed ที่ดี ทำให้การซื้อโฆษณามีราคาที่ถูกลงกว่าค่าเฉลี่ย

ไม่ว่าวิธีการแบบไหนก็สามารถเพิ่มคนเข้าเว็บได้ทั้งหมด สุดท้ายก็จะต้องมองกลับไปที่ Business ของเราแล้วว่าวิธีการไหนที่จะเหมาะสมที่สุด หรือถ้ามีกำลังคนและกำลังเงินจะทำทุกวิธีก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างแน่นอน